เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน และล้างมือบ่อย ๆ เป็นประโยคที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างมาก ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลทำให้ชีวิตประจำวันของใครหลาย ๆ คนต้องเปลี่ยนไป และยังรวมถึงชีวิตการทำงานอีกด้วย ที่ในปัจจุบันหลาย ๆ องค์กรได้เริ่มให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ (Work From Home) จากเดิมที่จะต้องสแนวนิ้วเข้า-ออกเวลาทำงาน ก็เปลี่ยนมาเป็น เช็คอินออนไลน์ แทน เพื่อลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ช่วยทำให้พนักงานสะดวกมากขึ้นในการลงเวลาทำงาน พร้อมทั้ง HR ยังสามารถตรวจสอบเวลาทำงานจริงของพนักงานได้แบบเรียลไทม์ และนี่คือ 4 เทรนด์เทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยให้การทำงานของ HR สะดวกมากขึ้น 

ทำงานที่ไหนก็ “เช็คอินออนไลน์” ลงเวลางานได้

ทำงานที่บ้าน

1. การระบุตัวตนทางชีวภาพ (Biometric Tracking System)

            จากเดิมที่เราเคยบันทึกเวลาเข้า-ออกงาน ด้วยการใช้กระดาษในการลงเวลาทำงาน หรือต้องพกบัตรพนักงานติดตัวเอาไว้ตลอดเวลาเพื่อใช้ในการสแกนเข้าออก ซึ่งทำให้เสียเวลาในการต่อคิวและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19 ดังนั้นในหลาย ๆ องค์กรจึงได้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการและบันทึกเวลาทำงานของพนักงาน ด้วยการยืนยันตัวตนผ่านเครื่องสแกนลายนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้า และยังรวมถึงการ เช็คอินออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน OnTime Application ที่ผู้ใช้งานสามารถบันทึกเวลาเข้า-ออกงานได้ เพียงแค่ถ่ายภาพตนเองในบริเวณสถานที่ทำงานเท่านั้น HR ก็สามารถตรวจสอบเวลาทำงานของพนักงานทุกคนได้ตามความเป็นจริง มีความถูกต้องแม่นยำ ช่วยลดเวลาการทำงานของ HR และยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมการตรงต่อเวลาให้กับทุกคนอีกด้วย

2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain Integration)

            ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า “Blockchainได้เข้ามามีบทบาทในธุรกิจด้านการเงินเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบล็อกเชนคือ รูปแบบหนึ่งของการเก็บข้อมูลที่ไม่มีศูนย์กลางการเก็บ และเมื่อไม่มีศูนย์กลางจึงไม่มีคนกลาง ซึ่งการเข้าดูข้อมูลจะต้องมีการเข้ารหัสความปลอดภัย ทำให้ปลอมแปลงได้ยาก เทคโนโลยีบล็อกเชนในปัจจุบันไม่ได้ถูกนำมาใช้กับธุรกิจด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาใช้ในงานด้าน HR อีกด้วย ได้แก่

2.1 การจ่ายผลตอบแทน/เงินเดือน

การจ่ายเงินไปยังบัญชีต่างประเทศมักจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ ดังนั้นผู้ให้บริการบัญชีเงินเดือนที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและระบบคลาวด์ (Cloud) ร่วมกับการใช้สกุลเงินดิจิทัลมาเป็นระบบในการจ่ายผลตอบแทน/เงินเดือนให้แก่พนักงาน และยังสามารถแปลงสกุลเงินดิจิทัลเป็นสกุลเงินท้องถิ่นได้อีกด้วย

2.2 สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract)

เป็นการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาช่วยทำให้กระบวนการต่าง ๆ ของการทำสัญญามีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น เช่น สัญญาว่าจ้างระหว่างองค์กร หรือสัญญาบริษัทนอกองค์กร (Outsource) เป็นต้น

3. เครื่องมือวิเคราะห์บุคคล (People Analytics Tools)

องค์กรหลาย ๆ แห่งอาจจะเคยประสบปัญหาในการติดตามความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ ว่าในตอนนี้โครงการดำเนินการไปถึงกระบวนการไหนแล้ว คนที่ทำงานในโครงการเพียงพอหรือไม่ และงบประมาณที่ใช้ไปนั้นเป็นอย่างไร ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาของฝ่ายทรัพยากรบุคคลด้วยเช่นกัน ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาที่สามารถทำได้ก็คือ การนำเทคโนโลยีด้าน Digital HR เข้ามาช่วยทำให้กระบวนการทำงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคลง่ายขึ้น ได้แก่

3.1 กระบวนการอบรม (Training)

ค้นหาวิธีการเรียนรู้ที่จูงใจและสร้างความท้ายทายใหม่ ๆ ให้แก่พนักงานแต่ละฝ่าย/แผนก

3.2 กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมและผูกพันกับองค์กร (Engagement)

ค้นหาปัจจัยที่มีผลต่อความผูกพันระหว่างพนักงานและองค์กร แทนวิธีการเดิม ๆ ที่ใช้แบบสอบถามในการทดสอบ หรือเก็บข้อมูล

3.3 กระบวนการจัดสรรทรัพยากร (Resource allocation)

ค้นหาทรัพยกรบุคคลจากแผนกหนึ่งไปสู่อีกแผนกหนึ่งอย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องจ้างพนักงานใหม่

ontime app

4. Connected Platform

เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องเคยได้ยินคำว่า IoT (Internet of Things) กันมาบ้างแล้วแน่นอน เพราะในปัจจุบัน IoT ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้แบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งยังสามารถสื่อสารกันระหว่างอุปกรณ์และผู้ใช้งานได้ตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งหลอดไฟในบ้านก็ยังสามารถควบคุมการเปิดปิดผ่านโมบายแอปพลิเคชันได้ จากที่เราได้กล่าวมานั้นจะเห็นว่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มที่มีชื่อว่า Connected ที่หลาย ๆ องค์กรได้นำมาปรับใช้ในด้านต่าง ๆ ได้แก่

4.1 ด้านธุรกิจ

จากวิกฤติการระบาดของ COVID-19 ทำให้หลายองค์กรเร่งสร้างแพลตฟอร์มการทำงานที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้ โดยมี Connected Platform เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการที่จะทำให้พนักงานสามารถเข้าถึงระบบเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบอินทราเน็ตขององค์กรได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เพียงเท่านี้ก็ทำให้การประชุมออนไลน์ หรือส่งงานออนไลน์ของพนักงานเป็นเรื่องที่ไม่ยากอีกต่อไปแล้ว

4.2 ด้านองค์กร

ถึงแม้ว่าหลาย ๆ องค์กรจะให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้าน แต่ไม่ได้หมายถึงว่าจะสามารถทำงานที่ใดก็ได้ เนื่องจากการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลไม่ให้ไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ หรือการโจรกรรม Connected Platform ทำให้องค์กรจะต้องสามารถติดตามตำแหน่งของพนักงานได้อย่างชัดเจน ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน อย่าง OnTime Application ที่พนักงานสามารถ เช็คอินออนไลน์ เพื่อเข้าทำงานได้ พร้อมทั้งยังระบุตำแหน่งปัจจุบันของพนักงานให้องค์กรทราบได้อีกด้วย

สามารถทดลองใช้งาน OnTime Application ได้ฟรี!!

จากการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน และการทำงาน ส่งผลทำให้กระบวนการทำงานของหลาย ๆ องค์กร ต้องมีการปรับตัวตามไปด้วย และหนึ่งในสายงานที่จะต้องมีการปรับตัวให้ตามทันเทคโนโลยีก็คือ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ที่จะต้องค้นหาและพัฒนากระบวนการต่าง ๆ ของภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น