ในปัจจุบันหลาย ๆ องค์กรได้มีการนำหุ่นยนต์ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เข้าาช่วยในกระบวนการทำงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงส่งผลให้มีการสั่งลดจำนวนพนักงานลง แต่ก็ยังมีกลุ่มอาชีพที่ไม่ว่าหุ่นยนต์ AI จะเข้ามาช่วยงานมนุษย์เพิ่มมากขึ้นแค่ไหนก็ไม่สามารถเข้ามาแย่งงานของเราได้ในตอนนี้ โดยที่อาชีพเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วมีความเกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การตัดสินใจ และการทำความเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น ซึ่งล้วนเป็นทักษะของมนุษย์ที่หุ่นยนต์ AI ยังไม่สามารถทำได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ จะมีกลุ่มอาชีพไหนบ้างที่หุ่นยนต์ AI ยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้ ตามมาดูกันได้เลย

ประเด็นสำคัญ

สรุปอาชีพที่ หุ่นยนต์ AI ไม่สามารถแย่งงานเราได้ – Application Check-in

ทรัพยากรบุคล

1. ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Human Resource Managers: HR)

             หุ่นยนต์ AI สามารถช่วยคัดกรองผู้สมัครงานได้ในเบื้องต้นเท่านั้น เช่น คุณสมบัติที่ต้องการ คำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์ และการประเมินสีหน้าท่าทางของผู้ถูกสัมภาษณ์ เป็นต้น แต่สำหรับงานอื่น ๆ ที่ HR จะต้องทำนั้นหุ่นยนต์ AI ยังไม่สามารถที่จะเข้ามาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 100% ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือพนักงานในเรื่องต่าง ๆ การฝึกอบรม และยังรวมถึงสถานที่ทำงาน โดยในบางองค์กรสามารถให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ แต่ก็ต้องมีการบันทึกเวลาเข้าออกในวันทำงานผ่าน Application Check-in Online ที่ช่วยทำให้พนักงานและ HR สะดวกมากขึ้นในการลงบันทึกเวลาทำงา

2. ครู (Teacher)

             ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จะทำให้วิธีในการเรียนการสอนเปลี่ยนไปมาก โดยในหลาย ๆ สถานศึกษาได้หันมาใช้ทำการเรียนการสอนแบบออนไลน์มากขึ้น แต่การจ้างงานในตำแหน่งครูผู้สอนก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย เนื่องจากการทำการเรียนการสอนของครูที่เป็นคนจริง ๆ ย่อยทำให้นักเรียนเกิดอารมณ์ความรู้สึกร่วมในการเรียนมากกว่านั่นเอง

3. นักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer Systems Analysts)

            สำหรับอาชีพด้านนักวิเคราะห์คอมพิวเตอร์ ถือได้ว่าเป็นอาชีพที่จะถูกหุ่นยนต์ AI เข้ามาแย่งงานน้อยที่สุด เพราะหากในอนาคตหุ่นยนต์ AI มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ อาชีพนี้ก็มีความจำเป็นมากขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากในหลาย ๆ องค์กรต้องการให้นักวิเคราะห์คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยควบคุมและลดความเสี่ยงที่เกิดจากการทำงานที่ผิดพลาดของหุ่นยนต์ AI ในบางส่วนที่หุ่นยนต์ AI ยังไม่สามารถแก้ไขได้ให้เหลือน้อยมากที่สุด

4. ผู้พิพากษา – ทนายความ (Judges and Lawyers)

            ด้วยเนื้องานของอาชีพนี้จำเป็นต้องการใช้การวิเคราะห์ ใช้ประสบการณ์ และใช้ตรรกะความถูกต้องเข้ามาช่วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหุ่นยนต์ AI ยังไม่สามารถเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีเท่ากับมนุษย์

5. นักเขียน (Writers)

            ก่อนหน้านี้หลาย ๆ คนอาจจะเคยเห็นหุ่นยนต์ AI ได้ถูกนำมาทดลองเป็นผู้ประกาศข่าวครั้งแรกของโลกในประเทศจีน แต่สำหรับในอาชีพนักเขียนจะมีความซับซ้อนมากกว่า เพราะนักเขียนต้องใช้ความละเอียดละอ่อนในการคิด และการเขียนเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งนักเขียนแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์สำนวนการเขียนที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย แตกต่างจากหุ่นยนต์ AI ที่ทำได้แค่เพียงรับสาร-ส่งสารเท่านั้น

6. นักวางแผนกิจกรรม (Event Planners)

            อาชีพนักวางแผนกิจกรรมเป็นอาชีพที่ต้องใช้คำพูดในการประสานงานต่าง ๆ และยังจะต้องเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบกิจกรรม ดังนั้นหุ่นยนต์ AI จะไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้อย่างแน่นอน

7. นักมายากล (Magicians)

            เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องใช้ทักษะการแสดงสูงมาก ดังนั้นนักมายากลจำเป็นที่จะต้องเป็นคนเท่านั้นในการขึ้นแสดงโชว์ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ชมมีความสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับการแสดงโชว์ นอกจากนี้การทำอาชีพนักมายากลก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกด้วย เพราะกว่าจะมาเป็นนักมายากลมืออาชีพได้นั้น เราจะต้องผ่านการฝึกซ้อม ผ่านประสบการณ์ในการแสดง และเทคนิคในการคิดค้นวิธีการโชว์มายากกลยังไงให้ผู้ชมมีความสุขและชื่นชอบมากที่สุด ซึ่งหุ่นยนต์ AI ยังไม่สามารถคิดอะไรที่ซับซ้อนได้ขนาดนี้

8. จิตแพทย์ – นักจิตวิทยา (Psychiatrists and Psychologists)

            วิธีการรักษาของนักจิตวิทยาและจิตแพทย์สิ่งที่เหมือนกันก็คือ การพยายามทำความเข้าใจและเข้าถึงจิตใจของมนุษย์ให้ได้มากที่สุด ดังนั้นวิธีการรักษาแบบนี้จึงค่อนข้างเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน ซึ่งหุ่นยนต์ AI ไม่สามารถทำหน้าที่แบบนี้ได้เนื่องจากมีความซับซ้อนมากเกินไป

9. ศัลยแพทย์ (Surgeons)

             แม้ว่าการเป็นแพทย์ต้องอาศัยความแม่นยำสูงมาก อีกทั้งยังใช้ประสบการณ์ประกอบการตัดสินใจในแต่ละครั้งที่ทำการรักษา แต่สำหรับศัลยแพทย์แล้วนั้น การผ่าตัดตกแต่งที่เกี่ยวข้องกับความงามบนใบหน้าและร่างกายของมนุษย์ยิ่งเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนและต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ตั้งแต่ขั้นตอนการวิเคราะห์ การประเมินในเชิงเทคนิค เช่น รูปหน้าแบบไหนจะเข้ากับจมูกทรงใด เป็นต้น หุ่นยนต์ AI ยังไม่สามารถที่จะทำได้

10. นักแปล และล่าม (Translator and Interpreter)

            ไม่ว่า Google Translate หรือซอฟต์แวร์ด้านภาษาต่าง ๆ จะพัฒนาไปมากแค่ไหนแล้วก็ตาม ก็ไม่สามารถเข้ามาแทนที่นักแปล และล่ามได้ เนื่องจากงานแปลและงานล่ามมีความซับซ้อนในการสื่อสารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น การสื่อความหมายโดยนัยที่ต้องอาศัยการตีความ บริบททางด้านสังคมและวัฒนธรรมในการสื่อสาร  เป็นต้น

สามารถทดลองใช้งาน OnTime Application ได้ฟรี!!

จากบทความที่เราได้นำมาให้ทุกคนได้อ่านกันในวันนี้จะเห็นว่า หุ่นยนต์ AI ได้เข้ามามีบทบาทในกระบวนการทำงานของเราเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหลาย ๆ ตำแหน่งงานที่สามารถเข้ามาทดแทนได้ แต่ก็ยังมีตำแหน่งงานที่หุ่นยนต์ AI ไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้ เนื่องจากเป็นงานด้านการสร้างสรรค์ ใช้ความคิด ประสบการณ์เฉพาะด้าน และงานที่มีความละเอียดอ่อนมาก ๆ แต่ทั้งนี้คนที่ทำอาชีพเหล่านี้ก็อย่างนิ่งนอนใจไปนะคะ เพราะไม่แน่ในอนาคตหุ่นยนต์ AI อาจจะสามารถเข้ามาแทนที่เราได้เช่นกัน ดังนั้นเราควรปรับตัวและลองปรับวิธีการทำงานให้ตามทันเทคโนโลยีกันด้วยนะ เช่น การใช้ Application Check-in อย่าง OnTime ในการลงบันทึกเวลาเข้าออกงานและใช้เบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นอกจากจะช่วยประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยลดจำนวนกระดาษและค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการต้องปริ้นในแต่ละครั้งอีกด้วย